2015-06-25

<Profile>
Kazuto Kushida
Chonburi F.C. - Thai Premium League

2004 - 2008: Kyoto Sangyo University 
2008 - 2010: Sagawa Printing S.C.(Japan Football League)
2011 - Present: Chonburi F.C.

คาซูโตะ คูชิตะ กองกลางตัวรับ ที่หาคนเปลี่ยนแทนไม่ได้จากชลบุรี F.C. ถึงแม้ว่าจะไม่เคยมีประสบการณ์เตะในเจลีก แต่ก็ได้รับรางวัล เบสท์ MF จากไทยลีก และสั่งสมประสบการณ์มาอย่างต่อเนื่อง คูชิดะยังพร้อมที่จะท้าทายเพื่อไปสู่ระดับที่สูงกว่าปัจจุบันให้ได้
(Interviewed on Nov 2014)

เมื่อจบจากมหาวิทยาลัยเกียวโตซังเกียว ก็เข้าทีมสมัครเล่นซากาวาอินซัทซึใช่ไหมครับ ทำไมไม่คิดจะเล่นฟุตบอลต่อหลังจากที่จบจากมหาวิทยาลัย ?

จริง ๆ แล้ว เมื่อจบมหาวิทยาลัย ก็คิดที่จะเล่นฟุตบอลต่อ ไปลงทดสอบกับหลายทีมในเจลีก แต่ไม่ผ่าน ก็เลยไปลงทดสอบกับทีมซากาวาอินดัสตรี ของลีก JFL ก็ผ่าน ตัวผมก็โตที่เกียวโตด้วย เลยตัดสินใจเข้าทีม

เล่นในมหาวิทยาลัยนานถึง 4 ปี แต่ไม่ได้รับการคัดตัวไปแข่งกีฬามหาวิยาลัยโลก หรือลงให้กับทีมประจำภูมิภาค แต่ก็ยังมีกำลังใจที่จะเล่นฟุตบอลต่อไป เพื่อหาโอกาสเล่นในระดับที่สูงกว่าใช่ไหมครับ ?

ไม่ได้คิดจะหางานทำเลย จริง ๆ แล้ว ถ้าไม่มีทีมให้เล่น ก็คงทำงานแล้ว แต่ตอนนั้น ยังคิดที่จะเล่นฟุตบอลต่อไปอยู่

ตอนอยู่ทีมซากาวาอินซัทซึ ก็ทำงานเป็นพนักงานไปด้วยใช่ไหม ?

ใช่ครับ ซ้อมกับทีมตอนเช้า เข้าทำงานตอนเที่ยงถึงเย็น

ทำงานตำแหน่งอะไรครับ ?

ยกกระดาษ

ยกกระดาษ? เป็นงานอะไรหรือครับ ?

ยกกระดาษที่พิมพ์แล้วไปยังจุดที่กำหนด ตอนนั้นต้องซ้อมช่วงเช้า 2 ชม. ตั้งแต่ 9 ถึง 11 โมงเช้า แถมสนามซ้อมก็ห่างจากที่ทำงานอีก เหนื่อยมาก



ผลงานของทีมเป็นอย่างไรบ้างครับ ?

ก่อนที่ผมจะเข้าทีม ไม่เคยติดหนึ่งในสิบเลย ปีที่ผมเข้าปีแรกได้ที่ 9 ปีถัดมาได้ที่ 6 เป็นผลงานที่ไม่เลวเลยทีเดียว ผมอยู่สองฤดูกาล ได้ลงเล่นเกือบทุกนัด

เป็นสองฤดูกาลที่ไม่เลวเลย หลังจากนั้น ทำไมถึงเดินทางจากญี่ปุ่น มาลงเช่นให้กับชลบุรี FC ในประเทศไทย ?

ฮิคูจิ (ปัจจุบันอยู่ทีมไทยฮอนด้า) เป็นเพื่อนร่วมทีมต่ออยู่ซากาวาอินซัทซึ ตอนเขาไปเล่นให้ทีมทอตโทริ ซึ่งมีวิทยาเป็นผู้จัดการทีม (ผู้จัดการทีมชลบุรี FC ยุคนั้น) ตอนนั้น  หลังจากที่วิทยาไปคุมทีมชลบุรี FC ฮิคูจิมาบอกว่าวิทยากำลังหากองกลางชาวญี่ปุ่นอยู่ จึงคิดว่าน่าจะมาลองเล่นดู เลยลองมาเล่นดูสักครั้งหนึ่ง

เลยมารับการทดสอบกับฮิคูจิสองคนถึงในประเทศไทย ?

ใช่ครับ แต่เผอิญตอนนั้น จบฤดูกาลใหม่ ๆ จึงได้แต่ซ้อมกับทีมเยาวชนประมาณ 2 สัปดาห์ ไม่ได้ซ้อมร่วมกับทีมตัวจริง แต่ก็ “ผ่าน” เข้าทีมได้

“ผ่าน” ได้ยังไง ?

“ผ่าน” ได้ก็จริง แต่ไม่ได้ซ้อมกับทีมตัวจริง ก็คิด เออ จะเอาอย่างไรดี แต่ผู้จัดทีมคือคุณวิทยาเองเป็นคนบอกว่า “ผ่าน” ก็ผ่านสิ

นั่นตอนปีพ.ศ. 2554 ?

ใช่ครับ ตัวผมเองไม่ค่อยมีปัญหาในการทดสอบเข้าทีม แต่เป็นคนอื่นบอกว่า กว่าจะรู้ผลว่าเข้าทีมได้หรือไม่ ก็แทบแย่

เท่าที่สัมภาษณ์มาใน ASEAN FOOTBALL Link รู้สึกว่าจะผ่านได้ราบลื่นที่สุดเลย (หัวเราะ) การย้ายมาอยู่เมืองไทย ไม่มีปัญหาอะไรหรือ ?

ไม่ใช่ว่าจะไม่มี แต่ตอนนั้นคิดว่าลองเล่นในต่างประเทศก็ไม่เลว อีกทั้งไม่มีทีมอื่นในญี่ปุ่นมาทาบทาม เลยคิดว่าไปเล่นต่างประเทศดูก่อนสักครั้ง ตอนอยู่ทีมซากาวาอินซัทซึ หากต้องการทดสอบกับทีมอื่น ต้องลาออกจากทีมก่อน ตอนมาซ้อมกับทีมชลบุรี ก็ลาออกมาแล้ว

มาทดสอบในไทยครั้งแรก ตอนนั้นแล้วรู้สึกอย่างไร ?

เห็นฝีมือแล้ว คิดว่าตัวเองน่าจะไปได้



หลังจากมาทดสอบแล้ว “ผ่าน” ได้เซ็นต์สัญญาหรือไม่?

ตอนนั้นก็พูดโดยวาจาเท่านั้น แต่ว่าคุณวิทยาเป็นคนพูดเอง (หัวเราะ) คือเชื่อใจกัน

พอไปซ้อมกับทีมตัวจริงละ ?

รู้สึกว่าพอไปได้ จำได้ว่ามาเล่นกับทีมตัวจริงแล้วไปแข่งถ้วยฯ กับเมืองทองยูไนเต็ดทันที ได้ลงเป็นตัวจริง ถึงแม้ว่าต้องสู้กับเมืองทองฯ แต่รู้สึกว่าตัวเองสู้ได้ ความรู้สึกต่อคนไทยคือ “เก่ง” แต่มักจะเล่นสไตล์เอาแต่ลุย ซึ่งต่างจากญี่ปุ่น ไม่ค่อยมีความสมดุลย์ในทีม แต่พอลงเป็นทีม เราต้องระวังเรื่องความสมดุลย์ของทีม คือดูว่าสิ่งที่ตัวเองมี มันเข้ากับสิ่งที่ทีมต้องการหรือไม่

เข้ากันได้ตั้งแต่ครั้งแรก ?

คือดูสถานการณ์แล้วปรับให้เข้าได้เอง ไม่ค่อยมีเรื่องระหองระแหงในทีมเสียอีก คือเข้ากับทีมได้ด้วยดี ไม่มีเรื่องไม่พอใจกับตัวทีมเลย

ปีแรก (พ.ศ.2554) ก็ได้รับเลือกเป็น 11 ผู้เล่นดีเด่นประจำปี ?

ปีแรกก็ได้ลงทุกนัด ทำให้มั่นใจตัวเองว่าสู้ได้ ระดับของลีกก็ไม่ได้ต่างจาก JFL เพียงแต่สไตล์การเล่นนั้นต่างกันมาก

เป็นฤดูกาลแรกที่ลงแข่งในฐานะนักเตะอาชีพ ต่างกับตอนอยู่ JFL ไหม ?

ต่างกันสิ้นเชิง เพราะเล่นแต่ฟุตบอลอย่างเดียว ไม่ต้องทำงาน มันต่างกับการที่ต้องแบ่งเวลาเพื่อทำงานไปเล่นฟุตบอลไป คนที่เคยอยู่เจลีกมาก่อนอาจจะเปรียบเทียบกับตอนอยู่ญี่ปุ่น แล้วบ่นไม่พอใจ แต่ผมไม่เคยเล่นเจลีก ไม่บ่นหรอกครับ ขอให้เล่นฟุตบอลอาชีพได้ก็พอ

ตอนนี้สไตล์แบบญี่ปุ่นเริ่มเข้ามาสโมสรชลบุรี FC แล้ว มันเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ต้นเลยหรือเปล่า ?

มันมีบรรยากาศคล้ายสไตล์แบบญี่ปุ่นบ้างแล้ว อาจเป็นเพราะว่าผู้จัดการทีมคือคุณวิทยาเคยเล่นอยู่ญี่ปุ่น อีกทั้งมารุยามาก็เคยเล่นให้ทีม เลยคิดว่ามีบ้าง

เข้าปีที่สอง เล่นตัวจริงครบ 50 นัดทุกนัด ?

ตอนอยู่ซากาวาก็เล่นตัวจริงทุกนัด สำหรับผมมันธรรมดาอยู่แล้ว

แถมได้รับเลือกเป็นสุดยอดกองกลาง คิดว่าจุดไหนที่ทำให้ได้รับรางวัล ?

ไม่รู้เหมือนกัน อาจเป็นเพราะว่าผลงานทีมออกมาดีก็มีส่วนด้วย

เริ่มสั่งสมประสบการณ์เตะในประเทศไทยมาเรื่อย มีอะไรที่ยากลำบากบ้างไหม?

ความยากลำบากหรือครับ แทบจะไม่มีนะครับ (หัวเราะ) อาจยากตรงที่ต้องเตรียมความพร้อมตลอดเวลา เพราะแข่งหลายนัด ต่อเนื่องกัน

ไม่มีปัญหาเรื่องการใช้ชีวิตในไทย ?

ที่ชลบุรีมีอาหารญี่ปุ่นให้ทาน ขับรถชั่วโมงเดียวก็ถึงกรุงเทพฯแล้ว ผู้จัดการทีมก็พูดภาษาญี่ปุ่นได้ ฤดูกาลที่สองมีคุณโอกุระ คุณชิรากิ และคุณมิทซึโอะ คาโต มาร่วมทีมอีก ได้รับความช่วยเหลือหลายอย่างเลยครับ

พอเข้าฤดูกาลปีพ.ศ. 2557 ผู้จัดการทีมคือคุณวาดะ มีอะไรเปลี่ยนไปบ้างไหม?

เข้มงวดเรื่องเวลามาก ตอนคุณวิทยาอยู่ก็เข้มงวดเรื่องเวลา แต่ไม่มีการลงโทษอะไร บางครั้งก็เริ่มซ้อมช้า ระหว่างการซ้อมก็ค่อนข้างไปเรื่อย ๆ แต่พอมาเป็นคุณวาดะ ก็เริ่มเปลี่ยนเป็นการซ้อมอย่างต่อเนื่องมากขึ้น คือสภาพแวดล้อมมันดีขึ้นเรื่อย ๆ

พอเปลี่ยนเป็นผู้จัดการชาวญี่ปุ่นแล้ว บทบาทของตัวเองเปลี่ยนไปหรือไม่ ?

ไม่ค่อยเปลี่ยนสักเท่าไร คือเล่นได้เสรีอยู่แล้ว คนไทยเองก็คงรู้สึกเล่นได้สบาย ๆ เพราะไม่ได้ถูกจี้สักเท่าไร



ในทีมทำตัวอย่างไร

ก็เล่นไปเรื่อย ๆ แต่ก็ถูกแกล้งเล่นบ้างบางครั้ง

ก็มาได้ด้วยดี แต่ไม่มีปัญหาอะไรจริงหรือ ?

ปัญหาหรือครับ อืม... ก็ตอนมาอยู่เดือนแรกต้องนอนที่หอพักของทีม ซึ่งไม่มีอะไรเลยในหอพัก ไม่ค่อยสะดวก

ถามจริง ๆ ได้เงินเดือนขึ้นไหมครับ ?

แน่นอนครับ ขึ้นทุกปี มันเป็นเรื่องธรรมดาครับ เพราะทีมจะจ่ายให้กับลูกทีมที่ได้ลงเล่นและมีผลงาน

ตอนนี้มีชาวญี่ปุ่นมาค้าแข้งมากขึ้น ทุกนัดก็จะเหมือนกับแข่งกับชาวญี่ปุ่นมากขึ้น เรารู้สึกตรงนี้อย่างไร ?

ก็คิดว่าต้องแย่งบอลจากผู้เล่นญีปุ่นให้ได้ เป็นการแสดงความสามารถว่าเหนือกว่า โดยเฉพาะคุณซารุ (จากทีมสิงห์ท่าเรือ FC) ที่ผมตัดบอลเขาตลอดตั้งแต่มาเล่นนัดแรกที่ประเทศไทย ผู้ชมก็ชอบด้วยนะครับ แน่นอนซารุก็มักจะมาแย่งบอลจากผมเสมอ

ตอนนี้ อดีตผู้เล่นเจลีก หรืออดีตผู้เล่นทีมชาติเริ่มเข้ามาค้าแข้งในไทยเพิ่มมากขึ้น ผู้เล่นบางคนไม่เคยเล่นเจลีกมาก่อน แต่มาไทยก็เล่นได้ดี ได้อยู่ต่อ ในขณะที่บางคน เคยเล่นเจลีก แต่ก็ถูกเลิกจ้าง ต้องกลับไปญี่ปุ่น คิดว่าอะไรคือความแตกต่าง ?

อาจเป็นเพราะตำแหน่ง หรือความต้องการของทีมที่แตกต่างกัน หากปรับให้เข้ากันได้ ก็อยู่ต่อไป และที่สำคัญคือ เราเป็นผู้เล่นต่างชาติ ให้แสดงให้เห็นความแตกต่าง หากไม่ต่างกับคนไทย ก็จะ “ถูกปลด” ทันที แล้วก็หาคนใหม่มาแทนเท่านั้น

เล่นในปีพ.ศ. 2554 – 56 โดยมีผลงานที่ดี ไม่มีทีมอื่นในไทยมาชวนให้ไปเล่นหรือ ?

ไม่คิดจะย้ายไปเล่นทีมอื่นในไทย เพราะอยากคว้าถ้วยให้ได้ระหว่างที่อยู่กับชลบุรี

เมื่อไม่นานมานี้ มีข่าวว่าจะย้ายไปเล่นกับลีกในยุโรป ?

นั่นแค่ข่าวลือ ไม่เป็นจริงเลย หากมีมาชวน คงจะไปลองทดสอบลงเล่นดู แค่พอบอกว่าเล่นอยู่ในไทย ก็ไม่พิจารณาแม้แต่เอกสารแล้วครับ เพราะถ้ามองจากลีกอื่น ยังถูกมองว่ายังมีความสามารถไม่ถึง

ขอถามเรื่องการแข่งกับลีกอื่น ปีที่แล้ว ได้ไปแข่ง ACL รอบคัดเลือกที่ประเทศจีน มีอะไรที่เป็นความยากลำบากบ้าง ?

คือการไปแข่งเป็นทีมเยือนมันยากอยู่แล้ว คือแต่ละผู้เล่นไม่ได้แข็งแกร่งจนสู้ไม่ได้ แต่มันเหมือนกับเราแพ้บรรยากาศในสนาม แล้วก็ถูกเล่นแบบเข้าถึงตัวมาก

ขอย้อนกลับไปเรื่องส่วนตัวนิดหนึ่ง ปีนี้ตั้งเป้าไว้อย่างไรบ้างครับ ?

ตัวผมเองอยากไปลงเล่นที่เจลีกของญี่ปุ่น คือก่อนหน้านี้เคยบอกว่าจะไปเล่นที่ยุโรป แต่ด้วยอายุตอนนี้ คงยากแล้ว

ไม่มีใครมาทาบทามเลยหรือ ?

เมื่อปีที่แล้ว ได้ไปร่วมทดสอบซ้อมกับทีมเกียวโต ซังกะ ตัวผมเองคิดว่าไปได้ดี แต่ไม่มีใครมาทาบทามเลย คือยอมรับว่าถูกมองว่า “ไอ้นี้มาจากลีกไทย” จึงคิดว่าต้องแสดงความสามารถเพื่อเปลี่ยนความคิดนี้ให้ได้

ประสบการณ์ในไทย 4 ปีทำให้อะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมบ้าง เมื่อเทียบกับตอนอยู่ญี่ปุ่น ?

คือเรื่องการประตู ฟุตบอลสไตล์ญี่ปุ่นจะเน้นเรื่องความสวยงามในการทำประตู แต่ที่นี่ เล่นลุยเอาเลย มองว่าฟุตบอลที่นี้สนุกกว่ามาก

ส่วนตัวละครับ ?

คิดว่าแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม คือมีหลายเรื่องที่ไม่ลองมาเล่นก็ไม่รู้ มองโลกกว้างขึ้นเยอะ ไม่ได้มองแบบญี่ปุ่นอีกต่อไป

คิดว่าตัดสินใจถูกไหมที่มาเล่นในลีกไทย ?

คิดถูกครับที่มาเล่นในลีกไทย เพราะตอนอยู่ที่ JFL ไม่มีผู้ชมมาชมมากขนาดนี้ ทำให้รู้สึกว่ามีกำลังใจในการเล่น เล่นแล้วก็สนุก

เคยมีผู้เล่นในญี่ปุ่นมาปรึกษาเรื่องการมาเล่นในลีกไทยหรือไม่ ?

มีมาบ้างครับ แต่ผมไม่ได้ให้คำปรึกษา เพียงเล่าให้ฟังว่าปัจจุบันเป็นอย่างไร พออธิบายให้ฟัง ก็ทำให้คนมาปรึกษารู้ว่ามันมีความเสี่ยง พอรู้เขาก็ลังเล ส่วนใหญ่เป็นผู้เล่นในลีก JFL ซึ่งผมเชื่อว่ามาเล่นในไทยพรีเมียร์ลีกได้แน่ แต่ว่าต้องแข่งขันกับผู้เล่นต่างชาติที่อื่น ซึ่งก็ขึ้นว่าจะอยู่สู้หรือไม่ แต่เชื่อว่าสู้ได้ เพราะผมเองก็มาจากลีก JFL

ท้ายที่สุดนี้ ขอทราบเป้าหมาย/ความฝันในอนาคต ?

คืออยากไปเล่นกับเจลีก และเล่นทีมชาติสักครั้งนะครับ แค่วินาทีเดียวก็ได้ คือเป็นเป้าหมายของเรา เพราะว่าอยากกลับไปญี่ปุ่น (ไปเข้าเจลีก) คือผมต้องการไปเล่นเจลีก แล้วถูกเลือกไปเล่นทีมชาติ คิดว่าคงไม่ง่ายสักเท่าไร แต่มันก็เป็นเป้าหมายของชีวิตผม

Text:ASEAN FOOTBALL Link
Photo: Chonburi F.C.